ทำไมผลผลิตที่ได้จาก indoor จึงน้อยกว่า outdoor และ greenhouse

อัพเดตเมื่อ: ก.ค. 2

เมื่อได้ดูเสปคของกัญชงแต่ละสายพันธุ์ หลายคนเขียนเข้ามาถามกันว่า ทำไมผลผลิตต่อต้นเมื่อปลูกในโรงเรือนปิด (indoor) จึงได้น้อยกว่าผลผลิตที่ได้จากการปลูกในโรงเรือนเปิด (greenhouse) และกลางแจ้ง (outdoor) แล้วแบบนี้จะคุ้มค่ากับการสร้างโรงเรือนปิดแบบแพงๆเหรอ


เรื่องคุ้มหรือไม่คุ้มเราบอกไม่ได้ เพราะขึ้นกับปัจจัยหลายอย่าง เช่น สายพันธุ์ที่เลือกปลูกมีซีบีดีมากน้อยแค่ไหน ดอกใหญ่หรือดอกเล็ก ปลูกออกมาแล้วได้คุณภาพดอกดีไหม


แต่การปลูกในโรงเรือนปิดมีข้อดีคือ ปลูกได้ทั้งปี และเราสามารถควบคุมให้กัญชงออกดอกตอนไหนก็ได้โดยใช้การปรับระยะเวลาการให้แสง ซึ่งโดยปกติการปลูกในโรงเรือนปิดจะเน้นปลูกเพื่อเอาผลผลิตเร็ว เช่น ถ้าเลือกปลูกกัญชงโฟโต้ซึ่งตามธรรมชาติจะออกดอกเมื่อเวลากลางวันเริ่มสั้นลง จะต้องใช้เวลาปลูกอย่างน้อย 5-6 เดือน กัญชงจึงจะออกดอก และปลูกได้แค่ปีละ 1 ครั้ง แต่ถ้าเรานำกัญชงโฟโต้มาปลูกในโรงเรือนปิด เราสามารถบังคับให้กัญชงออกดอกตอนไหนก็ได้ โดยใช้การปรับระยะเวลาการให้แสง ทำให้ได้ผลผลิตเร็ว และปลูกได้ทั้งปี


ซึ่งโดยปกติการปลูกในโรงเรือนปิด จะเน้นปลูกระยะสั้น เพื่อให้ได้ผลผลิตเร็ว เช่น ใช้การเปิดปิดไฟเพื่อบังคับให้พืชออกดอกและได้ผลผลิตภายใน 2-3 เดือน แต่ระยะเวลา 2-3 เดือนต้นกัญชงจึงยังไม่โตมาก ทำให้ได้ผลผลิตดอกแห้งต่อต้นน้อยกว่าในกรณีที่ปลูกในโรงเรือนเปิดที่ใช้แสงธรรมชาติ ซึ่งก็เป็นคำตอบของคำถามที่ว่า ทำไมกัญชงที่ปลูกในโรงเรือนปิด จึงให้ผลผลิตต่อต้นน้อยกว่าเมื่อปลูกกลางแจ้งหรือโรงเรือนเปิด

เกี่ยวกับร้าน Grow Hemp Shop


Grow Hemp Shop เป็นบริษัทลูกของ Medibis Europe ApS จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฏหมายของสหภาพยุโรป โดยมีหมายเลขผู้เสียภาษี (Tax ID) DK40125965

Grow Hemp Shop จำหน่ายเมล็ดพันธุ์กัญชง และวัตถุดิบที่สกัดได้จากกัญชง ให้กับผู้ค้าส่ง ค้าปลีก เจ้าของธุรกิจอีคอมเมิร์ช และบริษัทผู้ผลิตอาหาร ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เครื่องสำอาง และอาหารเสริม


ติดต่อเราได้ที่ไลน์ไอดี medibis

email: info@growhemp.shop

Facebook: www.facebook.com/GrowHempShop