กัญชงซีบีดี ปลูกกลางแจ้ง ในโรงเรือนเปิด หรือโรงเรือนปิดดี

อัพเดตเมื่อ: มี.ค. 20

หลังจากประเทศไทยอนุญาตให้ปลูกกัญชงได้อย่างถูกกฏหมาย ก็มีคนจำนวนมากที่อยากปลูกกัญชง หลายคนคิดว่าก็แค่ปลูกต้นไม้ มันจะไปยากอะไร ถ้าเป็นการปลูกกัญชงเส้นใย อาจจะง่ายเหมือนการปลูกพืชไร่ทั่วไป แต่อยากจะบอกว่าการปลูกกัญชงซีบีดีนั้น ต้องใช้ความรู้และประสบการณ์มากกว่าการปลูกกัญชงเส้นใยมาก


แค่สถานที่ปลูกก็มีให้เลือกตั้ง 3 แบบแล้ว ทั้งแบบโรงเรือนปิด (Indoor) โรงเรือนเปิด (Greenhouse) และกลางแจ้ง (Outdoor) หลายคนอาจจะคิดว่าจะเลือกปลูกแบบไหนก็ไม่น่าจะสำคัญ บางคนคิดว่าปลูกกลางแจ้งดีกว่าเพราะลงทุนน้อย หรือบางคนคิดว่าปลูกโรงเรือนปิดเหมือนองค์การเภสัชน่าจะดีกว่า บางคนบอกว่าโรงเรือนปิดมันแพง ต้องเปิดไฟเปิดพัดลมตลอด เลือกปลูกในโรงเรือนเปิดดีกว่า จะได้ใช้แสงธรรมชาติที่รอดผ่านพลาสติกเข้ามา ไม่เปลืองไฟดี คำถามก็คือ แล้วจะเลือกปลูกแบบไหนดี โรงเรือนปิด โรงเรือนเปิด หรือกลางแจ้งดี


ปลูกกัญชงในโรงเรือนปิด (Indoor)

โรงเรือนปิดก็เหมือนชื่อ คือปิดหมด ไม่มีแสงจากภายนอกเข้ามา แสงที่พืชได้รับเป็นแสงจากหลอดไฟทั้งหมด ผู้ปลูกสามารถควบคุมได้ว่าจะให้กัญชงได้รับแสงวันละกี่ชั่วโมง และให้ภายในโรงเรือนมีความชื้นและอุณหภูมิเท่าไหร่ เช่น บางคนนำกัญชงสายพันธุ์ต่างประเทศที่ชอบอากาศเย็นเข้ามา ก็สามารถปรับอุณหภูมิให้ตรงกับอุณหภูมิที่กัญชงชอบได้ ลดความเสี่ยงในการเกิดเชื้อราและไม่มีปัญหาเรื่องศัตรูพืช


การปลูกกัญชงในโรงเรือนปิด จะเน้นปลูกเพื่อเอาผลผลิตเร็ว เช่น กัญชงสายพันธุ์ที่โดยปกติจะใช้เวลาปลูกประมาณ 5-6 เดือน ถ้าปลูกกลางแจ้งหรือในโรงเรือนเปิด ถ้านำกัญชงสายพันธุ์เดียวกันมาปลูกในโรงเรือนปิด เราสามารถบังคับให้กัญชงออกดอกตอนไหนก็ได้ โดยการปรับระยะเวลาการให้แสงให้สั้นลงกว่าปกติ กัญชงก็จะเริ่มออกดอก การปลูกกัญชงในโรงเรือนปิดสามารถปลูกได้ทั้งปี ปีละ 3-4 ครั้งก็ได้

ดอกกัญชงที่ปลูกในโรงเรือนปิดถือเป็นดอกกัญชงเกรดดีที่สุด ปัจจัยทุกอย่างที่มีผลต่อคุณภาพของดอกสามารถควบคุมได้ ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิ แสง และความชื้น ทำให้ได้ดอกที่มีคุณภาพสูงที่สุดในบรรดาการปลูกทั้ง 3 แบบ


ปลูกกัญชงในโรงเรือนเปิด (Greenhouse)

โรงเรือนเปิดเป็นโรงเรือนที่หลังคาและข้างฝาทำด้วยวัสดุที่แสงรอดผ่านเข้ามาได้ เช่น พลาสติกใส การปลูกกัญชงในโรงเรือนเปิดแบบใช้แสงธรรมชาติ ใช้เวลาในการปลูกเท่ากับการปลูกกลางแจ้ง และให้ผลผลิตพอๆกับการปลูกกลางแจ้ง

ข้อดีของโรงเรือนเปิดคือ เราใช้แสงธรรมชาติ ไม่ต้องเปลืองค่าไฟเหมือนกรณีโรงเรือนปิด และดีกว่าปลูกกลางแจ้งตรงที่เราไม่ต้องคอยระวังภัยอันตรายจากธรรมชาติและศัตรูพืช โรคพืช


ดอกที่ได้จากโรงเรือนเปิดจัดเป็นเกรดบี และราคาที่ขายตามท้องตลาดจะต่ำกว่าดอกกัญชงที่ได้จากโรงเรือนปิดประมาณ 30-40%


ปลูกกัญชงกลางแจ้ง (Outdoor)

หลายคนอยากปลูกกัญชงซีบีดี แต่ว่าไม่อยากลงทุนสร้างโรงเรือน ก็เลยเลือกปลูกกลางแจ้ง การปลูกกัญชงกลางแจ้งค่าใช้จ่ายไม่สูงจริงๆ เงินลงทุนส่วนใหญ่ก็มีแค่ค่าเมล็ดพันธุ์และปุ๋ยเท่านั้น แต่การปลูกกัญชงซีบีดีกลางแจ้งมีความเสี่ยงที่จะไม่ประสบความสำเร็จสูงมาก เพราะควบคุมยาก ไม่ว่าฝนจะตก แดดจะออก หรือพายุจะมา เราควบคุมอะไรไม่ได้เลย และโอกาสที่กัญชงจะโดนแมลงศัตรูพืชมาทำลายก็สูงกว่าการปลูกแบบอื่นๆด้วย

ถ้าบังเอิญฝนตกตอนช่วงใกล้ๆเก็บดอก โอกาสที่ดอกจะเป็นเชื้อรานั้นสูงมาก ซึ่งถ้าดอกเป็นเชื้อราก็ขายไม่ได้เลย ต้องทิ้งทั้งหมด ถ้าจะเอาต้นมาขายเป็นชีวมวลหรือนำไปทำเส้นใยก็ไม่ได้อีก เพราะกัญชงซีบีดีปกติจะต้นเตี้ยๆ พูดง่ายๆคือปลูกกัญชงซีบีดีกลางแจ้งโอกาสขาดทุนมีสูงกว่าปลูกในโรงเรือน นอกจากนี้ดอกที่ได้จากการปลูกกลางแจ้งยังจัดเป็นดอกกัญชงเกรดต่ำที่สุด เมื่อนำไปขายก็จะได้ราคาถูกกว่าดอกที่ได้จากโรงเรือนเปิดและโรงเรือนปิดด้วย


ท่านไหนกำลังวางแผนปลูกกัญชงซีบีดีอยู่ ก็ลองตัดสินใจดูค่ะ ว่าจะปลูกกัญชงเพื่อเอาดอกเกรดไหน และถ้าคิดจะปลูกกลางแจ้ง คุณยอมรับความเสี่ยงต่อการขาดทุนได้มากน้อยแค่ไหน


เกี่ยวกับร้าน Grow Hemp Shop


Grow Hemp Shop เป็นบริษัทลูกของ Medibis Europe ApS จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฏหมายของสหภาพยุโรป โดยมีหมายเลขผู้เสียภาษี (VAT number) DK40125965

Grow Hemp Shop จำหน่ายเมล็ดพันธุ์กัญชง และวัตถุดิบที่สกัดได้จากกัญชง ให้กับผู้ค้าส่ง ค้าปลีก เจ้าของธุรกิจอีคอมเมิร์ช และบริษัทผู้ผลิตอาหาร ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เครื่องสำอาง และอาหารเสริม


ติดต่อเราได้ที่ไลน์ไอดี medibis

email: info@growhemp.shop

Facebook: www.facebook.com/GrowHempShop



©2020 by Medibis Europe ApS| info@growhemp.shop| line ID: medibis