ค้นหา

ความมหัศจรรย์ของซีบีดีเอ (CBDa)

เมื่อพูดถึงการนำสารสกัดจากกัญชง มาใช้ในทางการแพทย์ หลายคนคงจะคุ้นเคยกับสารที่เรียกว่าซีบีดี แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าจริงๆแล้ว ซีบีดี มีต้นกำเนิดมาจากซีบีดีเอ ซึ่งซีบีดีเอ เป็นสารที่นักวิจัยค้นพบว่า ช่วยรักษา หรือทุเลาอาการของโรคต่างๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์ สารซีบีดีได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ โดยเฉพาะในยุโรป

ต้นกัญชงก่อนที่จะผ่านกระบวนการสกัด จะมีสารซีบีดีเอ เป็นส่วนใหญ่ และมีสารซีบีดี ปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อเรานำต้นกัญชงมาผ่านขั้นตอนการสกัดด้วยความร้อน สารซีบีดีเอ ที่มีอยู่ในต้นกัญชงสด จะกลายสภาพเป็นซีบีดี ซึ่งผลิตภัณฑ์ซีบีดีที่ขายในท้องตลาดส่วนใหญ่ จะมีแค่สารซีบีดี และแทบจะไม่มีซีบีดีเออยู่เลย สารซีบีดีเอ จะมีเฉพาะในซีบีดีสกัดเย็นเท่านั้น ข้อมูลจากฐานข้อมูลสิทธิบัตร ทำให้เชื่อว่า ซีบีดีเอ สามารถใช้ในการรักษาโรคต่างๆได้จริง งานวิจัยเกี่ยวกับการนำซีบีดีเอ มาใช้ในทางการแพทย์ยังมีค่อนข้างน้อย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการวิจัยกับสัตว์ทดลอง อย่างไรก็ตามได้มีบริษัทยาบางบริษัท เช่น จีดับเบิ้ลยู ฟาร์มา จากประเทศอังกฤษ ได้จดสิทธิบัตรเกี่ยวกับการนำสารซีบีดีเอ มาใช้ในทางการแพทย์แล้วหลายฉบับ ซึ่งจีดับเบิ้ลยู ฟาร์มาได้ทำการทดลอง และมีหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า สารซีบีดีเอ สามารถนำมาใช้ สำหรับรักษาอาการต่างๆได้จริง ตัวอย่างของสิทธิบัตรดังกล่าว ได้แก่ 1. การใช้ซีบีดีเอเพื่อรักษาอาการชักจากโรคลมชัก (ใบสมัครสิทธิบัตรเลขที่ WO/2017/025712) 2. การใช้ซีบีดีเอเพื่อรักษาอาการคลื่นไส้ อาเจียน เมารถ เมาเรือ (ใบสมัครสิทธิบัตรเลขที่ WO/2003/063847) 3. การใช้ซีบีดีเอเพื่อรักษาโรคออทิสติก (ใบสมัครสิทธิบัตรเลขที่ WO/2017/178810) 4. การใช้ซีบีดีเอเพื่อรักษาอาการอักเสบจากโรคผิวหนัง (ใบสมัครสิทธิบัตรเลขที่ US 2018/0263952 A1) 5. การใช้ซีบีดีเอเพื่อรักษาโรคมะเร็ง (ใบสมัครสิทธิบัตรเลขที่ US 20170143642 A1) 6. การใช้ซีบีดีเอ ร่วมกับยารักษาโรคจิต (ใบสมัครสิทธิบัตรเลขที่ EP2609928) เป็นต้น ซึ่งใบสมัครสิทธิบัตรบางฉบับที่กล่าวไปข้างต้น ได้รับอนุมัติให้เป็นสิทธิบัตร ที่มีผลบังคับใช้แล้วในบางประเทศ ซึ่งจากฐานข้อมูลสิทธิบัตร จะเห็นได้ว่าบริษัทยา มีหลักฐานที่ทำให้เชื่อว่า ซีบีดีเอ สามารถใช้ในการรักษาโรคต่างๆได้จริง มิฉะนั้นบริษัทยาคงจะไม่ลงทุนจดสิทธิบัตรดังกล่าว เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการจดสิทธิบัตรนั้นสูงมาก งานวิจัยยืนยันว่าซีบีดีเอ ช่วยลดอาการคลื่นไส้ได้จริง ในประเทศที่อนุญาติ ให้นำสารสกัดจากพืชตระกูลกัญชา มาใช้ในทางการแพทย์ได้อย่างถูกกฏหมาย ส่วนใหญ่จะอ้างถึงสารทีเอชซี สำหรับใช้รักษาอาการคลื่นไส้ อาเจียน นอกจากข้อจำกัดของสารทีเอชซี ที่อนุญาติให้ใช้ได้แค่ในบางประเทศเท่านั้น สารทีเอชซียังมีผลข้างเคียงมากมาย เช่น ใช้แล้วทำให้เกิดอาการเมา และมีผลต่อจิตประสาท หัวใจเต้นเร็ว ความดันต่ำ หรือถ้าใช้ไปนานๆ อาจทำให้ประสาทหลอน หรือเป็นโรคจิตเภทได้ และนี่อาจจะเป็นที่มา ของการนำ ซีบีดีเอ มาใช้แทนทีเอชซี สารซีบีดี และซีบีดีเอ เมื่อใช้แล้วไม่มีผลต่อจิตประสาท ไม่เมา ไม่ทำให้เกิดการเสพติด จากการทดลองในห้องปฏิบัติการ พบว่า ซีบีดีเอ ช่วยลดอาหารคลื่นไส้ อาเจียนได้ดี ซีบีดีเอช่วยลดอาการเจ็บปวด และต่อต้านอาการอักเสบ กลุ่มนักวิจัยจากประเทศญี่ปุ่นค้นพบว่า ซีบีดีเอ มีกลไกต่อต้านอาการปวดและอักเสบ ในลักษณะเดียวกับการใช้ยาต้านการอักเสบแบบที่ไม่ใช่เสตียรอยด์ เช่น ยา Celecoxib หรือ Etoricoxib ซึ่งยาทั้งสองชนิดนี้ ใช้เพื่อรักษาอาการปวด อาการบวมต่างๆ เช่น ปวดประจำเดือน อาการปวดจากการเล่นกีฬา ปวดกระดูก และอาการปวดจากโรคข้อรูมาตอยด์ Celecoxib และ Etoricoxib มีผลข้างเคียงที่น่ากังวลหลายอย่าง เช่น ทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ ปวดศรีษะ สับสน ซึมเศร้า นอนไม่หลับ ตัวบวม ความดันโลหิตสูง ไตอักเสบ และหัวใจล้มเหลว เป็นต้น ผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์เหล่านี้ อาจทำให้หลายคนหันมาให้ความสนใจ ที่จะนำสารสกัดจากต้นกัญชง (สารซีบีดี และซีบีดีเอ) มาใช้แทนยาดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันยังไม่พบผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย จากการใช้สาร ซีบีดี และ ซีบีดีเอ แต่อย่างใด ซีบีดี และซีบีดีเอ ช่วยต่อต้านการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง ในมะเร็งเต้านม งานวิจัยเรื่องการนำ ซีบีดีเอ กับการรักษามะเร็ง ยังถือเป็นเรื่องใหม่อยู่ และการวิจัยยังมีอยู่ไม่มาก แต่เมื่อดูจากผลการทดลอง ที่ทำโดยนักวิจัยจากหลายๆที่ทั่วโลก ทำให้เชื่อได้ว่า ซีบีดี และ ซีบีดีเอ น่าจะเป็นทางเลือกในการรักษามะเร็งเต้านมที่มีประสิทธิภาพวิธีหนึ่ง ตัวอย่างของงานวิจัยดังกล่าวได้แก่

  • นักวิจัยจาก California Pacific Medical Center ในอเมริกา พบว่าสารซีบีดี ช่วยลดขนาดก้อนมะเร็งในเต้านมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด (เอกสารอ้างอิง)

  • นักวิจัยจากประเทศญี่ปุ่นยังพบอีกว่า CBDa ที่มีเฉพาะในน้ำมันซีบีดีสกัดเย็น ช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งในเต้านม และป้องกันการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งได้ (เอกสารอ้างอิง)

  • งานวิจัยที่สำคัญอีกชิ้นหนึ่งที่ทำโดยกลุ่มนักวิจัยในบอสตัน แสดงให้เห็นว่าซีบีดีสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งเต้านมได้ โดยไม่ทำลายเซลล์ปกติอื่นๆของร่างกาย (เอกสารอ้างอิง)

ซีบีดี และซีบีดีเอ ช่วยลดความวิตกกังวล รักษาอาการซึมเศร้า จากการทดลองหลายๆการทดลอง แสดงให้เห็นว่าซีบีดี ช่วยลดอาการวิตกกังวล และอาการกลัวการเข้าสังคมได้จริง (คลิ๊กเพื่อดูเอกสารอ้างอิงฉบับที่หนึ่ง และ เอกสารอ้างอิงฉบับที่สอง) ปัจจุบันการใช้ซีบีดีเพื่อลดอาการวิตกกังวล ไม่ได้ทำแค่ในห้องปฏิบัติการเท่านั้น แต่ได้มีการนำมาทดลองใช้กับผู้ป่วยจริงแล้ว ซึ่งพบว่าได้ผลดี และดูเหมือนว่าซีบีดีเอ ก็มีผลช่วยให้ผู้ใช้คลายความกังวลลงได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังพบว่า ซีบีดีเอ มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคซึมเศร้าได้ดีกว่าซีบีดี จากเอกสารงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร European Neuropsychopharmacology, แสดงให้เห็นว่า การรักษาโรคซึมเศร้าโดยใช้สารซีบีดีเอ ผู้ป่วยต้องการซีบีดีเอ ในปริมาณที่น้อยกว่าซีบีดีถึง 10-100 เท่าเลยทีเดียว แต่การทดลองดังกล่าวยังคงเป็นแค่การทดลองในห้องปฏิบัติการเท่านั้น ยังไม่มีการนำมาทดลองกับผู้ป่วยจริงๆ การใช้สารซีบีดี ร่วมกับซีบีดีเอ ได้ผลดีกว่าการใช้สารตัวใดตัวหนึ่งเพียงตัวเดียว ผลการทดลองได้แสดงให้เห็นว่า การใช้ซีบีดี ควบคู่กับการใช้ ซีบีดีเอ ให้ประสิทธิภาพดีกว่าการใช้ ซีบีดี เพียงอย่างเดียว ซึ่งอาจสรุปได้ว่า การใช้น้ำมันสกัดจากต้นกัญชง ที่ประกอบไปด้วย ซีบีดี และซีบีดีเอ ช่วยให้ประสิทธิภาพของการรักษาดีขึ้น และต้องการปริมาณน้ำมันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในปัจจุบันน้ำมันสกัดจากต้นกัญชงส่วนใหญ่จะมีแค่ ซีบีดี เพียงอย่างเดียว มีผลิตภัณฑ์เพียงไม่กี่แบบเท่านั้น ที่มีทั้ง ซีบีดี และ ซีบีดีเอ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีชื่อเรียกเป็นทางการว่า Raw CBD


Raw CBD ได้จากการนำกัญชงสายพันธุ์ซีบีดีสูงไปผ่านกระบวนการสกัดเย็น เช่น การสกัดด้วยอุณหมภูมิต่ำความดันสูง หรือที่เรียกว่า Co2 ก็จะได้สานสกัดเข้มข้นเหมือนในรูปด้านล่างนี้ สารที่ได้นี้สามารถนำไปผสมกับน้ำมันพาหะ (Carrier oil) เพื่อทำเป็นน้ำมันซีบีดีหยดใต้ลิ้นได้เลย หรือจะนำไปผ่านกระบวนการ decarboxylation เพื่อเปลี่ยนสาร CBDA ให้เป็นสาร CBD ก็ได้


©2020 by Medibis Europe ApS| info@growhemp.shop| line ID: medibis